สำนักสหปฏิบัติฯ

เสด็จลงจากเทวโลก
                 มหาชนต้องการพบสมเด็จพระบรมศาสดาพระมหาโมคลานะแจ้งข่าวการเสด็จสู่มนุษย์โลกแก่มหาชนครั้นวันเพ็ญเดือน ๑๑ สมเด็จพระศาสดาทรงปราวณาออกพรรษา สมเด็จพระบรมศาสดาทรงแสดง ยมกปาฎิหารย์เปิดโลก วันที่เสด็จสู่มนุษยโลก ที่ใกล้ประตูเมืองสังกัสสนครห่างจากกรุงสาวัตถี๓๐  โยชน์
     ท้าวโกสีย์สุชัมบดี เนรมิต บันใด 3 ชนิด
๑.   บันใดทอง สำหรับเทวดา อยู่เบื้องขวา
๒.   บันใดเงิน  มหาพรหม อยู่เบื้องซ้าย
๓.   บันใดแก้ว  สำหรับตถาคต อยู่กลาง
         ทรงเปล่งฉัพพรรณรังสีสว่างทั่วปฐพีขณะเสด็จลงมนุษย์ นรก และเทพต่างมองเห็นกันและกันหมด ทรงแสดงพระสัทธรรมเทศนา  เหล่ามวลประชาได้บรรลุมรรคผล ๓๐ โกฏิ  พร้อมภิกษุบริวารพระสารีบุตรทั้ง ๕๐๐ ได้วิมุติสำเร็จหลุดพ้นเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
 
           พระปัญญานุภาพของพระสารีบุตร
 
       ถ้าถามปัญหาในวิสัยของพระโสดาบัน                 ปุตุชนก็ตอบไม่ได้
      ถ้าถามปัญหาในวิสัยของพระสกิทาคามี                พระโสดาบันก็ตอบไม่ได้
      ถ้าถามปัญหาในวิสัยของพระอนาคามี                   พระสกิทาคามี   ก็ตอบไม่ได้ 
      ถ้าถามปัญหาในวิสัยของพระอรหันต์                    พระอนาคามีก็ตอบไม่ได้
      ถ้าถามปัญหาในวิสัยของพระสาวกเบื้องซ้าย          พระอรหันต์ ก็ตอบไม่ได้ 
      ถ้าถามปัญหาในวิสัยของพระพระสาวกเบื้องขวา   พระสาวกเบื้องซ้าย ก็ตอบไม่ได้
       ถ้าถามปัญหาในวิสัยของพระพุทธเจ้า                    พระสาวกเบื้องขวา ก็ตอบไม่ได้
          พระองค์ต้องให้นัยเสียก่อนจึงจะตอบได้เป็นร้อยเป็นพันนัย ก็เป็นรองแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้น ไม่มีใครมีปัญญาเสมอเหมือนท่านได้
 
สถานที่ประทัพจำพรรษาของพระบรมศาสดา
 
พรรษาที่ ๑        ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน กรุงพารานาสี ทรงแสดงธรรมจักรกัปปวัตตสูตร
พรรษาที่ ๒ - ๔  เวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์
พรรษาที่ ๕         กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้กรุงเวสาลี
พรรษาที่ ๖          มกุฎบรรพต แคว้นมคธ กรุงราชคฤห์
พรรษาที่ ๗          แท่นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์  ใต้ร่มไม้ปาริฉัตตกชาติ บนดาวดึงส์สวรรค์ โปรดพุทธ มารดา
พรรษาที่ ๘          ป่าไม้เภสกลาวัน ป่าไม้สีเสียดใกล้ภูเขาสุงสุมารคิรี ในภัคคราชชนบท
พรรษาที่ ๙          โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี
พรรษาที่ ๑๐         ณ.โคนต้นภัททะสาละ ป่าปิลิไลกวัน ซึ่งมีพญาช้างปาลิไลกะมาปฏิบัติตลอดพรรษา
พรรษาที่ ๑๑         จำพรรษาที่หมู่บ้าน นาลายพราหมม์ โปรดมวลประชาให้ละชั่ว
พรรษาที่ ๑๒        ที่ใต้ต้นสะเดา อันเป็นที่อยู่อาศัยของนเฬรุยักษ์ ใกล้นครเวรัญชา ทรงได้บัญญัติสิกขาบท ณ.  พรรษานี้
พรรษาที่ ๑๓       ที่ภูเขาจาริกบรรพรต ในป่าลิไลกะ เมืองจาริกา
พรรษาที่ ๑๔      พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี
พรรษาที่ ๑๕      ที่นิโคธาราม ริมฝั่งแม่น้ำโรหิณี ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ ต่อประยูรญาติ
พรรษาที่ ๑๖       ที่อาคาฬวเจดีย์วิหาร ใกล้เมืองอาฬวีนคร ทรงเอาชนะอาฬวกยักษ์
พรรษาที่ ๑๗       ที่พรเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์
พรรษาที่ ๑๘       ที่ภูเขาจาริกบรรพรต ในป่าลิไลกะ เมืองจาริกา
พรรษาที่ ๑๙        ที่ภูเขาจาริกบรรพรต ในป่าลิไลกะ เมืองจาริกา
พรรษาที่ ๒๐        ที่พรเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์
พรรษาที่ ๒๑ - ๔๔   เสด็จหลายที่มิคารมาตุปราสาท ในอุทยานบุพพาราม กรุงสาวัตถี แต่ส่วนใหญ่บำเพ็ญที่พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี
พรรษาที่ ๔๕     พรรษาสุดท้าย ที่บ้านเวฬุวคาม ใกล้กรุงเวสาลี แคว้นวัชชีออกบรรษาเดินทางจากแคว้นวัชชี ไปแคว้นมัลละ และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานที่เมือง กุสินารา
 
ประมวลอายุพระโคดม ในฆราวาส ๒๙ พรรษา
ออกบรรพชาบำเพ็ญทุกกริยา ๖ พรรษา
เผยแพร่ธรรมะ ๔๕ พรรษา
รวมอายุได้ ๘๐ พรรษา