สำนักสหปฏิบัติฯ

พระอนุรุทธเถระ
เอตทัคคะ:ผู้มีทิพยจักษุ(ตาทิพย์)

 



ภาคชีวประวัติ และการศึกษา
ท่านเป็นเจ้าชายในตระกูลศากยวงศ์ มีบิดาชื่อว่า”อมิโตทนะ” ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระเจ้าสุทโธทนะ มีพี่น้อง๓คน คือ มหานามะ อนุรุทธะ และนางโรหิณี ชีวิตฆราวาสของท่านเต็มไปด้วยความอบอุ่น เนื่องจากมารดาทรงดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี  ท่านได้ออกบวชร่วมกับเจ้าชายศากยวงศ์อีก๔องค์ คือ อานนท์ ภัททิยะ ภคุ กัมพิละ เทวทัตต์(โกลิยวงศ์) และอุบาลี


ภาคการปฏิบัติ
ท่านบวชไม่นานก็ได้บรรลุทิพจักขุญาณ(ความรู้ที่ทำให้เกิดตาทิพย์) จากนั้นท่านก็เรียนกรรมฐาน จากพระสารีบุตรแล้วลาไปบำเพ็ญสมณธรรมที่ป่าจีนวังสทายวันในแคว้นเจตี ขณะบำเพ็ญเพียรในป่า ท่านตรึกมหาปุริสวิตก (ความตรึกของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่)๗ประการดังนี้

๑.)ธรรมนี้(ศาสนานี้) เป็นของผู้มักน้อย ไม่ใช่ของผู้มักมาก
๒.)ธรรมนี้เป็นของผู้สันโดษ ม่ใช่ของผู้ไม่สันโดษ
๓.)ธรรมนี้เป็นของผู้สงัด ไม่ใช่ของผู้คลุกคลีด้วยหมู่คณะ
๔.)ธรรมนี้เป็นของผู้ปรารภความเพียร ไม่ใช่ของผู้เกียจคร้าน
๕.)ธรรมนี้เป็นของผู้มีสติมั่นคง ไม่ใช่ของผู้หลงลืมสติ
๖.)ธรรมนี้เป็นของผู้มีจิตมั่นคง ไม่ใช่ของผู้มีจิตไม่มั่นคง
๗.)ธรรมนี้เป็นของผู้มีปัญญา ไม่ใช่ของผู้ทรามปัญญา
๘.)ธรรมนี้เป็นของผู้ยินดีในธรรมไม่เนิ่นช้า ไม่ใช่ของผู้ยินดีในธรรมที่เนิ่นช้า
ท่านได้พิจารณาตามไม่นานก็บรรลุความเป็นพระอรหันต์


ภาคการประกาศพระศาสนา
ท่านมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาอย่างมาก โดยเฉพาะเป็นที่เคารพของเหล่าเทวดาทั้งหลาย เพราะท่านได้บรรลุทิพจักษุ(ตาทิพย์) และมีการติดต่อสื่อสารกับเทวดาอยู่เนืองๆ ท่านเป้นอาจารย์ของคณะมีสัทธิวิหาริก และอันเตวาสิก เป้นจำนวนมาก เช่นเดียวกับพระมหาสาวกองค์อื่นๆ และสุดท้ายปลายชีวิตท่านนิพพานที่ใต้กอไผ่ใกล้หมู่บ้านเวฬวะแคว้นวัชชี
ข้อควรจำ    
ท่านเป็นผู้ไปขอให้พระเจ้าภัททิยะบวชเป็นเพื่อน
ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางมีตาทิพย์
ท่านระลึกถึงมหาปุริสวิตก๗-๘อย่าง อยู่เสมอ